
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบมาตรการวาระแห่งชาติลดค่าไฟ และมีหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน เปิดโอกาสให้ครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว มีมติรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์รูฟท็อปคืนเข้าสู่ระบบในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราที่จูงใจให้เกิดการคืนทุนได้เร็วขึ้น
ตั้งเป้ารับซื้อรวมทั่วประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ กำหนดให้บ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สามารถเสนอขายไฟฟ้าคืนได้ไม่เกินมิเตอร์ละ 5 กิโลวัตต์ มีระยะเวลารับซื้อยาวนานถึง 10 ปี ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนหลังคาบ้านให้กลายเป็นโรงไฟฟ้า และช่วยให้ประชาชนมีรายได้เสริมจากการใช้พลังงานสะอาดตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนั้น ยังเคาะมาตรการช่วยลดค่าครองชีพด้วยการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ กำหนดให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรกต่อเดือน จ่ายค่าไฟในอัตราพิเศษไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย คาดว่าจะช่วยบรรเทาภาระให้กับครอบครัวกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้รายได้น้อยกว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เริ่มมีผลในบิลค่าไฟตั้งแต่วงรอบเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
กพช. มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟน., กฟภ.) เร่งออกระเบียบและปรับปรุงข้อกำหนดโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระบบโซลาร์ของประชาชนอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ที่มา t.ly/lx8cW