
บางคนอาจมีคำถามว่า Windows 10 และ Windows 11 ตัวไหนเล่นเกมได้เร็วกว่ากัน มาดูคำตอบกันเลย
ด้วยการอัปเดตทุก ๆ อย่างให้เป็นตัวล่าสุด รวมถึงไดรเวอร์ของอุปกรณ์ภายในด้วย ความแตกต่างเดียวที่ถูกปรับให้เหมือนกันคือ memory integrity ที่จะถูกเปิดเอาไว้เป็นค่าเริ่มต้นใน Windows 11 แต่ก็จะปิดไปเพื่อให้เหมือนกับค่าเริ่มต้นของ Windows 10
จากการทดสอบในเกม Baldur’s Gate 3 ไม่มีความแตกต่างให้เห็น ต่อด้วยเกม The Last of Us Part 1 ก็ใกล้เคียงกันมาก ๆ ต่างกันนิด ๆ หน่อย ๆ 1-2% เท่านั้น ต่อด้วย Cyberpunk 2077: Phantom Liberty จะเห็นความแตกต่างกับชิป AMD 7800X3D บน Windows 10 ที่ได้เฟรมเรตเฉลี่ยมากกว่า 10% แต่ในชิป 7700X นั้นดีกว่าเพียงแค่ 3% ส่วนในชิป Intel 14700K กับ Windows 10 จะได้ประสิทธิภาพดีกว่า 6% ส่วนชิป 12700K ได้ตัวเลขดีกว่า 7% ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า Windows 10 นั้นทำได้ดีกว่า
ต่อกันอีกกับ Hogwarts Legacy สำหรับเกมนี้ก็จะยังไม่มีแตกต่างใด ๆ ถัดไปที่ Assetto Corsa Competizione ในเกมนี้ชิป 7700X ทำได้ดีกว่าบน Windows 10 ที่ 3% ส่วน 7800X3D นั้นได้ที่ 2% ซึ่งก็ดีกว่าแต่ไม่ได้มากมายนัก ต่อด้วย Spider-Man Remastered อันนี้ก็จะพอ ๆ กันเหมือนเคย
ไปดูต่อที่ Homeworld 3 เกมนี้ Windows 10 ทำได้ดีกว่าอีกแล้ว ในชิป 7800X3D ดีกว่า 6% และ 7700X ดีกว่า 4% ส่วนชิป Intel เองก็ดีกว่าด้วยเช่นกันราว ๆ 3-5% ถัดไปเป็น A Plague Tale: Requiem ที่จะเหมือนกับ Cyberpunk คือ Windows 10 ก็ทำได้ดีกว่าอยู่ที่ 10% กับชิป 7800X3D ส่วน 7700X นั้นดีกว่า 5% ฝั่งของชิป Intel นั้นจะดีขึ้น 3-4%
เกมยิงยอดฮิตตลอดการ Counter-Strike 2 เกมนี้ Windows 10 ก็ยังทำได้ดีกว่า แต่ไม่มากนัก กับชิป 7800X3D ทำได้ดีกว่า 3%, ชิป 7700X กลับทำได้ดีกว่าถึง 10% ฝั่งชิป Intel ก็เช่นเดียวกัน 14700K ทำได้ดีกว่า 11% และ 12700K ทำได้ดีกว่า 7%
สรุปได้ชัด ๆ เลยว่า ถ้าหากไม่ชอบ Windows 11 และยังโอเคกับการใช้ Windows 10 อยู่ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอัปเกรดเป็น Windows 11 เลย ซึ่งก็น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยังมีผู้ใช้งาน Windows 10 อยู่จำนวนมาก
ที่มา t.ly/mYn-C