
ดูเหมือนว่าเทรนด์ของการพัฒนารถยนต์สมัยใหม่จะไปในทิศทางของการใช้งานหน้าจอสัมผัสมากขึ้นทดแทนปุ่มแบบกดปกติให้น้อยลงเรื่อย ๆ อาจจะฟังดูดีแต่ในหลาย ๆ เคสมันก็กลายเป็นปัญหา เพราะว่าในกลุ่มรถที่ราคาไม่ได้สูงมากนัก สเปกของการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบปุ่มสัมผัสต่าง ๆ จะทำงานได้ค่อนข้างช้า หรืออย่างช้าสุด ๆ คือนานกว่ารถกลุ่มบน ๆ ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว
ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องทำงานได้ช้าเท่านั้น แต่มันอาจจะส่งผลต่อเนื่องไปยังเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย แม้ว่าหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเป็นเรื่องที่ดีในการมองข้อมูลหรือใช้ในระบบความบันเทิงต่าง ๆ ภายในรถ แต่การควบคุมทุก ๆ อย่างจากหน้าจอนี้จะเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ เหรอ
อย่าง Tesla นับได้ว่าเป็นค่ายให้หน้าจอสัมผัสที่ใหญ่มาก ๆ กว่าใครเพื่อน และควบคุมทุกอย่างของตัวรถผ่านหน้าจอตัวนี้ แม้แต่ที่ปัดน้ำฝน หรืออย่าง BMW มีระบบ Infotainment ที่มีฟีเจอร์เยอะมาก แต่ก็ออกแบบหน้าตาการใช้งานมาได้งงแบบสุด ๆ เหมือนกัน
หรือต่อให้เป็นระบบควบคุมสั่งงานด้วยเสียง Voice Control เอง ก็ยังต้องใช้เวลาสักระยะกว่าที่การพูดของเราจะประมวลเสร็จจนตัวรถเริ่มทำงานตามที่สั่งไป
ที่มา ibit.ly/Jbjg